Wednesday, January 7, 2015

Blue Ocean มหาสมุทรสีคราม” น้ำที่นี่ ใส เย็น เห็นโอกาสนะจ๊ะ



          หลังจากได้พาไปแย่งเค้กกะสาวๆในวง Honey Toast  ( Market Size ) มาแล้ว วันนี้เราขอเสนอวิธีการกินเค้ก ( Market Share ) โดยไม่ต้องแย่งกับใคร กับวิธีการง่ายๆ คือหาเค้กก่อนใหม่มาแทน หรือที่นักการตลาดเรียนกว่า “Blue Ocean มหาสมุทรสีคราม

          ทำไมต้อง “Blue Ocean มหาสมุทรสีคราม หลายคนคงสงสัยเพราะ ทะเลมันก็สีครามอยู่แล้วนี่นา....ใช่ครับ ทะเลสีครามที่มีปลาเยอะวันหนึ่งมันจะเปลี่ยนเป็น Red Ocean ครับเพราะทุกคนจะเห็นและรุมแย่งปลากันจนเกิดเป็นอภิมหาสงครามกลางทะเล จนเลือดสาดแดงฉาน อย่างที่เราจะเห็น Brand ยักษ์ใหญ่หลายรายห้ำหันกันเอาไปเอาตายเพื่อแย่งชิงปลาในทะเลเดียวกัน ใครเงินหนา เรือใหญ่ อวนหาปลาใหญ่ ก็ได้ปลาไป แล้วเรือเล็ก ทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ทางแก้คือหาทะเลใหม่ ที่เรื่อใหญ่ไปไม่ถึง ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม 

ที่มา www.gargasz.info


 ในแนวทางของกลยุทธ์ "มหาสมุทรสีคราม" (Blue Ocean Strategy) จะให้ความสำคัญกับ กลยุทธ์ทั้งสองด้าน อันได้แก่ กลยุทธ์การให้ความสำคัญกับต้นทุนหรือความแตกต่าง (Cost Focus or Differentiation Focus) เพื่อให้สามารถสร้างกลยุทธ์ใหม่ขึ้นมาและก่อให้เกิดกลุ่มลูกค้าใหม่ขึ้นมาได้ ในการที่จะสามารถพัฒนาธุรกิจให้สามารถนำกลยุทธ์ "มหาสมุทรสีคราม" (Blue Ocean Strategy) มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นได้จะต้องมีการนำทรัพยากรภายในที่มีอยู่ในทุกด้านมาใช้ทั้ง เครื่องมือและวิธีการต่างๆ ที่จะส่งเสริมทำให้เกิดตลาดใหม่ๆได้


ที่มา bizadvseries.blogspot.com
  

หลายๆองค์กรไม่เพียงผู้ประกอบการรายเล็ก ที่มองหาโอกาส ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็เช่นเดียวกัน เพราะการทำธุรกิจใน Red Ocean อาจต้องทุ่มเท ด้านงบประมาณที่สูงเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับการเพิ่มโอกาสในการขยาย Market Size เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะผู้ประกอบการรายเล็กหรือยักษ์ใหญ่ของวงการก็ตาม
“Siam Cement Group เป็นกรณีตัวอย่างที่ดีสำหรับBlue Ocean Strategy เพียงแต่ SCG ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ตามกระแสแต่ใช้ชื่อเรียกที่เข้าใจง่ายกว่าว่า “Business Design Innovation”ที่มีกรณีที่โดดเด่นก็คือ Create-โดยการสร้างประโยชน์เชิงอารมณ์(Emotional Benefit) จากการเป็นสินค้าแฟชั่นให้กับ “COTTO” Raise- เพิ่มระดับราคา เพิ่มความมีดีไซน์ เพื่อหลีกหนีจาก Red Ocean ที่เป็นอยู่ที่วงการสินค้านี้เกือบจะเป็นสินค้าที่แข่งเฉพาะ เรื่องราคาหรือเรียกว่าเป็น Commodity เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศที่สูงมากโดยรวมและยังมีสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาในตลาดอีก และเลือกที่จะใช้ “Source” ของดีไซน์และนวัตกรรมจากภายนอกคือการจัดประกวดการออกแบบกระเบื้องในระดับนักศึกษาเพื่อประโยชน์หนึ่งคือการReduce-ลดต้นทุนการออกแบบที่ในวงการจำกัดอยู่เพียงกลุ่มดีไซน์เนอร์ซึ่ง SCG เลือกกำหนดกลยุทธ์ใหม่ตามรายละเอียดข้างต้นและวางตำแหน่งของสินค้าใหม่ส่งผล COTTO สามารถว่ายออกไปยัง Ocean ที่ใหญ่ขึ้นอีกคือ Global Market” ที่มา กลยุทธ์ทะเลสีคราม  Blue Ocean Strategy   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศรัณยพงศ์ เที่ยงธรรม  มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เชื่อผมเถอะ เรือเล็กก็ยังคงต้องออกจากฝั่ง( พี่ตูน บอดี้ สแลมยังบอกเลย ) เพราะยังมีทะเล ที่มีปลาอีกตั้งมากมาย ที่อาจจะตัวไม่ใหญ่ แต่มีราคา หรือบางทีโชคดีทะเลที่ใหม่ๆ อาจไม่ได้มีแค่ปลาแต่มีของล้ำค่าส่องประกาย จนเห็นท้องทะเลเป็นสีขาว  ( White Ocean )  สะท้อนแสบตาเลยก็ได้ ใครจะไปรู้
 

ที่มา http://bdm.mastergardz.com/

Sunday, January 4, 2015

เคยสงสัยไหม ...ทำไมนักการตลาดชอบแย่งเค้กกัน



วันก่อนมีโอกาสนั่งคุยกับน้องที่จับพลัดจับผลูมาคลุกคลีกับทฤษฎีการตลาดแบบ พื้นฐานเป็นศูนย์ หลังจากนั่งอึ้งกับศัพท์ หลายตัวที่ออกจะไม่เข้าใจถ่องแท้เลยขอให้เราช่วยอธิบายให้ฟัง ( จะดีขึ้น หรือแย่ลง มารอดูกัน )
อะไรคือ Market Size อะไรคือ Market Share  เราเองโดยเฉพาะคนในวางการ Marketing คงคุ้นเคยกับ 2 คำนี้เป็นอย่างดี เพราะ 2 สิ่งนี้คือผลแห่งปัจจัยของความสำเร็จเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่อาจไม่คุ้นเคยให้โลกการตลาด ขออธิบายแบบนี้
ในการทำธุรกิจ สิ่งที่เราต้องรู้คือ พื้นที่หรือขนาดของตลาดที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของเรามี เท่าไหร่ ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้านั้นหรือไม่ จำนวนผู้บริโภคในปัจจุบัน และในอนาคต   กลุ่มเป้าหมายหลักที่น่าจะเป็นลูกค้าเรา และอาจเป็นในอนาคต มีโอกาสมากเพียงใด การมองเห็นถึงขนาดและความต้องการของตลาด เป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจในด้านการลงทุนเพราะสินค้าบางประเภทต้องการ Market Size ขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์ และแผนทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการ ที่วางไว้  Market Size ของแต่ละธุรกิจ ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับ รูปแบบ ธุรกิจ วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ที่องค์กรวางไว้ Market Size ของ Consumer Products หลายๆ แบรนด์ที่เราคุ้นตา มีความต้องการ Market Size ระดับ Global เลยทีเดียว 

ที่มา http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/f/fd/TAM-SAM-Market.jpg



แต่ Market Size ที่ใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถฉกฉวยผลประโยชน์จากพื้นที่นั้นได้ทั้งหมด สิ่งที่เราต้องทำหากต้องการให้ผู้บริโภค ในพื้นที่นั้น กลายมาเป็นลูกค้า คือ การสร้างส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) จาก Market Size ที่เราต้องการให้ได้ เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ใช่คนเดียวที่มองเห็นโอกาสใน Market Size นั้น จำเป็นที่เราต้องหากลยุทธ์ทางการตลาดในหลากหลายวิธีมาใช้ ไม่ว่าจะการสร้างแบรนด์ที่แตกต่าง การใช้ทฤษฎี 4P ก็ยังต้องไม่ลืม หรือจะอื่นๆอีกมากมาย เพื่อสร้างให้เราได้ส่วนแบ่งนั้นมา 


  


มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจยังไม่ Get แบบถ่องแท้ งั้นลองใหม่ เรานึกถึงงานปาร์ตี้ที่สาวๆ 4 คนนั่งล้อมวง และสั่ง Honey Toast มา 1 ที่ สาวๆทั้ง 3 คือ คู่แข่งเรา และ Honey Toast คือ Market Size ใครตักได้ไว คำใหญ่ คนนั้นได้ Market Share เยอะ แต่คนที่ตักได้ช้าไม่ทันเพื่อน คนนั้นก็ถือได้ว่า มี Market Share น้อย มีให้เลือก 2 วิธี คือหากลยุทธ์ให้คนตักไว ตักช้าลง ไม่ว่าจะชวนคุย แกล้งทำช้อนตกแล้วขอยืมเพื่อนคนนั้นระหว่างรอช้อนใหม่
หรืออีกวิธี
คือ...สั่งจานใหม่ แบบนี้เค้าเรียก Blue Ocean ( อ่านต่อ ทฤษฎี Blue Ocean http://mercury21stcentury.blogspot.com/2015/01/blue-ocean.html)


Read More:

mercury21stcentury.blogspot.com